“ธันวา”ร่ายยาวชำแหละ!!ความล้มเหลวปฏิรูปประเทศยุค’ลุงตู่’

0
1117

นายธันวา ไกรฤกษ์ สมาชิกพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ความล้มเหลว ในการปฏิรูปประเทศของ ‘ลุงตู่’
(เขียนโคตรยาว) ผมไม่รู้นะคนส่วนใหญ่ที่เคยเลือกลุงคิดยังไง แต่ก็คงไม่พ้น รัก-เกลียด-เห็นใจ-เข้าใจ-ผิดหวัง ส่วนผมมี 3 ความรู้สึกคือ เข้าใจ เห็นใจ และผิดหวัง ‘เข้าใจ’เพราะปัญหาเกือบทั้งหมดของรัฐบาลมาจากความไม่มีเอกภาพ กลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐแย่งเก้าอี้กันไม่พอ ยังมีพรรคร่วมมากมายที่คอยต่อรองอีก ลุงไม่สามารถบริหารตำแหน่ง บริหารคน บริหารงานได้ดั่งใจเลย ต่างกับสมัยคสช.ลิบลับ
.
‘เห็นใจ’เพราะเข้าใจข้อจำกัดที่กล่าวมาเมื่อสักครู่ เพิ่มเติมกว่านั้นคือทำดีไม่เคยได้ดี เพราะทีมสื่อสารห่วยแตก ผลงานหลายอย่างประชาชนไม่เคยรับรู้ แถมยังโดนเฟคนิวส์ทุกวี่ทุกวัน ตั้งแต่มารับตำแหน่งนายกจนถึงบัดนี้ ลุงโดนเยอะจนไม่มีสง่าราศีเหมือนเก่า ดูหมองไปเลย  คงแบกรับอะไรไว้ในใจมากมาย
.
‘ผิดหวัง’ [ข้อนี้ผมขอยาวหน่อย]
เพราะเคยคาดหวังและมั่นใจ ว่าลุงจะมานำมาซึ่งการพัฒนา 6 ด้าน ตามที่ได้สัญญาไว้ ได้แก่
1.ประเทศมั่นคง สังคมมีความสุข
2.มีความสามารถในการแข่งขัน
3.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
4.สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ
5.พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม
6.พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
.
ซึ่งต่อมาได้นำมาประกาศเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน และล้มเหลว ดังนี้
1.การปฏิรูปประเทศด้านการเมือง
–> อันนี้ชัดสุดว่าโคตรห่วยแตก หนำซ้ำยังทำลายจริยธรรม คุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชน โดยการสนับสนุนเคยผู้มีประวัติประพฤติผิดร้ายแรงให้ดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง มีแต่การแบ่งพรรคแบ่งพวก แย่งเก้าอี้รัฐมนตรี ใช้ระบอบเผด็จการรัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง เสื่อมไม่ต่างกับยุคทักษิณ
.
2.การปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน –> ยังห่วยแตกเช่นเดิม บัตรประชาชน smart card ถือมานานแต่ไปไหนก็ยังไม่เคยได้ใช้ ทุกกรมกองมีขั้นตอนยุ่งยากไร้สาระเต็มไปหมด เรื่องง่ายๆอนุมัติยาก จึงเปิดช่องให้ข้าราชการชั่วได้ทำมาหากิน งบประมาณที่ลงไปยังท้องถิ่น ตรวจสอบภาษาอะไรมีแต่เสาไฟฟ้าโง่ๆทั่วประเทศ
.
3.การปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย
–> สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ ‘Regulatory Guillotine’ 
ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการตั้งทรงมาตั้งแต่ปี 59 สมัยยังเป็นคสช. และได้มีการพยายามเดินหน้าไปบ้างแล้ว แต่ขอถามคำเดียวว่ามีใครรู้สึกว่ากฎหมายที่ยุ่งยากซับซ้อนมันลดน้อยลงบ้าง ขอให้ยกตัวอย่างมาให้ชัดๆซัก 5-10 เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ (จากพรบ.ทั้งหมด 1,400 ฉบับ และกฎหมายลำดับรองอีกกว่า 1 แสนฉบับ) ปัจจุบันนี้เอาง่ายๆแค่ไปต่อใบอนุญาตทำงานให้แม่บ้านต่างด้าว ยังล่อไป 2 วัน ทำยังกะจะมาขอ BOI
.
4.การปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม –> อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะเจ็บคอ ขอให้ดูตัวอย่างคดีบอส อยู่วิทยา และอีกหลายคดีที่คนใหญ่คนโต คนมีเส้นสายถูกปล่อยผ่านไม่ต้องรับโทษ หลบหนีโทษโดยแทบไม่มีใครติดตาม อีกนิดคือการทุจริตคอรัปชั่นในวงการกระบวนการยุติธรรม การทำสำนวนอ่อน การวิ่งคดี ยังมีให้เห็นเสมอ
.
5.การปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ
–> ข้อนี้สาระสำคัญไม่ใช่แค่เศรษฐกิจดีไม่ดี แต่มันคือการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งยังมีลักษณะผูกขาดในหลายธุรกิจ มีการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนรัฐบาล แทนที่จะมุ่งส่งเสริม SMES ให้โตจริง จนเป็นสัดส่วนที่สำคัญของ GDP เหมือนเช่นประเทศจีน เศรษฐกิจเขาเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะแนวทางนี้
.
6.การปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
–> เห็นชัดที่สุดคือเรื่องฝุ่น PM 2.5 ทุกปีหนักยังไงก็อย่างนั้น ถึงฤดูกาลก็แห่กันลงพื้นที่ทำข่าวทีนึง แต่ไม่เคยลงมือแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างจริงจัง รู้ทั้งรู้ว่าควรปฏิรูปที่ดิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูก พืชเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเผา แต่ก็ไม่ทำเพราะกลัวสะดุดตีนเจ้าของโรงงานข้าวโพด/อ้อยส่วนรถควันดํายังวิ่งเต็มบ้านเต็มเมือง ต่อภาษีกันได้สบายๆ คนเห็นทั้งประเทศ แต่ตำรวจกับขนส่งไม่เห็น รถไฟแทนที่จะสนับสนุนกลับเก็บภาษีแพง ดันรถน้ำมันวิ่งกันต่อไป เพราะผู้ผลิตเขาสะดวกแบบนี้
.
7.การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข
–> เอาจริงๆผมว่าระบบสาธารณสุขเราไม่ได้แย่อะไร แต่มันเป็นอานิสงส์จากโครงการ 30 บาท ซึ่งมีรากฐานโอเคอยู่พอสมควร ผมไม่ได้ชอบทักษิณแต่ต้องพูดเรื่องจริง โดยนับตั้งแต่โครงการ 30 บาทดังกล่าว แม้อาจจะมีเพิ่มเติมโรคตามสิทธิ์ขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงกับต้องยกเครดิตให้กับการปฏิรูปอะไร เพราะมันยังไม่มีผลงานประจักษ์ขนาดนั้น และโพสต์นี้จะไม่พูดถึงการจัดสรรวัคซีนและเตียง เนื่องจากมันเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ถ้าจะด่าต้องไปด่าตัวนักการเมืองที่บริหารห่วย ซึ่งคุณก็รู้ว่าใคร
.
8.การปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ
–> อันนี้ป่วยหนัก ทุกวันนี้ไม่รู้วันนึงจะเหลือสักกี่ข่าวที่ไม่ได้ใส่สีตีไข่เข้าไป ทุนการเมืองมันครอบงำเกือบหมดทั้งสองฝั่ง ความเป็นกลางหาไม่เจอ ส่วนเนื้อหาในโซเชียลก็มีแต่เรื่องไร้สาระ หยาบ ถ่อย เกลียดชัง และที่โคตรแย่คือ ไม่ว่าลูกหลานคุณจะอายุมากน้อยเท่าไหร่ คุณจะป้องกันเต็มที่แค่ไหน เขาก็สามารถเข้าถึงเนื้อหาเหล่านั้นได้อยู่ดี เพราะมันมาในทุกช่องทาง ทุกแพลตฟอร์ม คนมากมายไปร้องหน่วยงานรัฐบาลเขาก็เฉยเมย นั่งทำงานกินเงินเดือนไปวันๆ
.
9.การปฏิรูปประเทศด้านสังคม
–>ในข้อนี้ นอกจากภารกิจที่จะให้คนในสังคมประพฤติปฏิบัติตัวในฐานะพลเมืองดี มีคุณธรรม เป็นสังคมแห่งความสุขทิพย์แล้ว ยังมีเป้าหมายในเรื่องความมั่นคงในวัยเกษียณอีกด้วย ซึ่งคำว่า ‘เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีรายได้พออยู่พอกินตอนแก่’ นั้น ดูจะโคตรห่างไกลกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เบี้ยคนชรายังไม่สะท้อนต่อรายจ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีวิตสักนิด ส่วนชุมชนที่บอกว่าจะให้พึ่งพาตัวเองได้นั้นยิ่งไปกันใหญ่ นายกท้องถิ่นแต่ละคนเข้ามามีแต่หน้าหิวเงินเกือบทั้งนั้น เพราะรัฐบาลปล่อยให้มีการซื้อเสียงทั้งประเทศ ไม่เคยคิดแก้ไข
.
10.การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน –> คงไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกันเรื่องราคาพลังงาน เพราะเป็นเรื่องที่โต้เถียงกันไม่จบ เนื่องจากมีเจ้ามือรายใหญ่ระดับประเทศคอยกำหนดทิศทางทางอยู่ ไล่ตั้งแต่การนำเข้าก๊าซ ค่าไฟฟ้า จนไปถึงโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่เกือบจะคลอดและเป็นทางเลือกใหม่ แต่ก็ไปตกม้าตาย ถูกเลื่อนไปซะก่อน หากอำนาจเงินมันยังใหญ่กว่าประชาชน โต้เถียงกันไปก็เหนื่อยเปล่า
.
11.การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
–> ต้องขอบคุณโจ้ ที่เป็นผลงานชิ้นเอกซึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ ถ้าโจ้ไม่เสียสละขนาดนี้ ประชาชนคงไม่เห็นภาพว่าการทุจริตคดโกงของข้าราชการไทยมันไปไกลขนาดไหนแล้ว อันที่จริงถ้าจะบอกว่าโจ้นั้นแค่ระดับกลาง/หางแถวก็คงไม่ผิด พวกเหลือบไรในชุดข้าราชการมันยังมีตัวเป้งๆอีกมากในทุกองค์กร และคนที่ทราบดีที่สุดคือลุง
.
ขอกลับมาที่ลุง หากถามว่าทั้งหมดที่ได้เขียนไป (ซึ่งเป็นเพียงแค่บางส่วนที่อยากจะเขียน แต่ถ้าเขียนยาวกว่านี้จะไม่มีคนอ่านแน่ๆ)นั้น ถือเป็นความผิดของใคร จะโทษลุงตู่ได้หรือไม่ ซึ่งตอบยากแน่นอนครับ ขอลองยกตัวอย่างโจ้แล้วกัน ว่าความชั่วของโจ้นั้นสามารถโทษลุงตู่ได้หรือไม่? ผมแยกเป็น 2 บริบท คือความชั่วมันเป็นเรื่องปัจเจก ต่อให้นโยบายดีแค่ไหน หรือผู้บังคับบัญชาอบรมสั่งสอนดีแค่ไหน คนจะชั่วมันก็ชั่ววันยังค่ำ อันนี้คงโทษลุงไม่ได้ แต่ที่โทษได้คือ หากมีการปฏิรูปตำรวจจริงตามที่สัญญากับประชาชนไว้ ซึ่งพูดกันมาโคตรนานแล้วแต่ไร้ซึ่งการปฏิบัติ มันคงจะดีกว่านี้แน่นอน
.
โดยผู้มีอำนาจสูงสุดในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทั่วประเทศนั้นมีแค่สองคน คือผบ.ตร.กับประธานก.ตร. ทำให้เส้นทางการเงินและอำนาจมันรวมศูนย์มากไป สำหรับองค์กรใหญ่ที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายแสนคน สุดท้ายมันเลยหนีไม่พ้นการจ่ายส่วย/รีดไถเพื่อขึ้นเป็นใหญ่เป็นโต ..ลุงตู่ ในฐานะประธานก.ตร. ในเมื่อรู้ปัญหานานแล้ว มัวทำอะไรอยู่ ทำไมยังปล่อยให้ระบบตั๋วช้างมันยังมีเหมือนเดิมทั้งที่ปากบอกจะปฏิรูป
.
ของเถื่อน รถเถื่อนน้ำมันเถื่อน แรงงานผิดกฎหมาย ทะลักเข้าทุกช่องชายแดนมาตลอด ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมากตัวอย่างเช่นที่ราคาปาล์มตกต่ำทุกวันนี้ เพราะน้ำมันปาล์มเถื่อนทะลักเข้าจากทางมาเลเซีย ทุกด่านทั่วประเทศมีตำรวจทหารคุมผลประโยชน์ทั้งหมด ถึงตรงนี้แล้ว ถ้าถามอีกทีว่าแบบนี้โทษลุงได้ไหม ส่วนตัวผมมองว่าโทษลุงตู่ได้เต็มข้อ เพราะมัวแต่ปล่อยให้คนรอบข้างทำตามอำเภอใจ เอาใครก็ได้ที่สนับสนุนตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งต่อได้แค่นั้นพอ
.
ส่วนคนเหล่านั้นจะไปทำระยำต่อกันอีกทีช่วง กี่ทอด ก็เรื่องของมึง กูไม่เกี่ยว กูเป็นคนดี ไม่ได้ทำชั่วกับมึงก็พอ ??สรุปสุดท้าย ผมคงไม่มีคำพูดอื่นใดนอกจากคำว่า ‘ผิดหวัง’ สำหรับการบริหารตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้การสนับสนุนของพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่สามารถนำมาซึ่งการปฏิรูปใดๆได้ตามที่เคยสัญญาเอาไว้กับประชาชน
.
ปล.ถึงผมจะเชื่อว่าลุงเป็นคนดี และรู้ว่าลุงต้องเผชิญอะไรบ้าง แต่ในเมื่อประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบ และผมถือว่าประชาชนใหญ่กว่าข้อจำกัดใดๆของลุง และใหญ่กว่าความเชื่อมั่น/ความเคารพนับถือที่ผมมีต่อลุง ดังนั้น แม้จะมีหลายเรื่องที่เป็นด้านดีซึ่งรัฐบาลนี้ได้ทำ แต่ถ้าเทียบกันแล้ว มันยังน้อยกว่าความทุกข์และปัญหาที่ประชาชนได้รับอยู่มาก จึงต้องขอบอกว่า ลุงบริหารประเทศ ‘ล้มเหลว’ ในสมัยรัฐบาลนี้ครับ #ผมเคยหวังว่าลุงจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาว
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #ธันวาไกรฤกษ์ #พรรคกล้า #บิ๊กตู่ #ปฏิรูปประเทศ