‘ธันวา’เห็นต่าง!!’ธนาธร’นำพวกยืนหยุดขังจี้ปล่อย’ตะวัน-แบม’เตือนต้องเคารพกฎหมายไม่ใช่ฝ่าฝืนแล้วก่อม็อบประท้วงให้พ้นผิด

0
241

วันนี้(24 มกราคม) นายธันวา ไกรฤกษ์ ทีมโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คุณธนาธรไปยืนหยุดขังและโพสต์ว่า “เราไปเพื่อยืนยันว่า เรื่องของตะวันและแบม คือเรื่องของทุกคน สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ไม่ควรต้องใช้เลือดเนื้อชีวิตเข้าแลก แต่คือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนพึงมี ผมขอเรียกร้องให้ศาล คืนสิทธิประกันตัวแก่ผู้ต้องหาคดีการเมืองทุกคน ผมขอให้ผู้มีอำนาจหยุดการใช้กฎหมาย ปิดปาก คุกคามผู้เห็นต่าง ผมขอให้รัฐบาลชุดต่อไปตระหนักถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมือง เพื่อให้คนที่มีจุดยืนแตกต่างทางการเมือง สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมนี้ได้ ยืนหยัดต่อสู้ร่วมกันในวันนี้ เพื่อที่วันข้างหน้า คนรุ่นต่อไป ลูกหลานของเราจะได้มีชีวิตอยู่ในสังคมที่ทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายอย่างแท้จริง”
.
ผมขอแสดงความเห็นต่างทีละประเด็นดังนี้ครับ

1.สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม 

ผู้ต้องหาคดี 112 ทุกคนรวมถึงตะวันและแบม เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีแล้วจะได้รับสิทธิในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี แต่พวกเขามักเลือกที่จะฝ่าฝืนโดยกระทำผิดซ้ำจึงถูกควบคุมตัว และในกรณีของตะวันและแบมนี้ เขาสละสิทธิปล่อยตัวด้วยตนเองไม่มีใครบังคับ ประหนึ่งว่าต้องการให้ได้ดั่งใจมากกว่าได้รับความยุติธรรมตามกระบวนการ

2.ไม่ควรต้องใช้เลือดเนื้อและชีวิตเข้าแลก

ก่อนที่ตะวันและแบมจะสละสิทธิการควบคุมตัว น้องได้ยื่นข้อเสนอทั้งหมด 3 ข้อ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สุดโต่ง เอาแต่ใจ ออกแนวบังคับให้ทุกคนในโลกนี้ต้องคิดและทำตามความต้องการของตนเอง ต่อมาเมื่อไม่ได้ดั่งใจก็เลือกที่จะถูกคุมขังและอดข้าวอดน้ำประท้วง ทั้งที่ควรจะรู้จักอดทนรอคอย รู้จักยอมรับกฎเกณฑ์ของสังคมและนำเสนอความเห็นต่างเฉกเช่นวิญญูชนทั่วไปพึงกระทำ ไม่จำเป็นต้องใช้เลือดเนื้อและชีวิตเข้าแลกโดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่ตัวเองได้รับ และไม่คำนึงถึงความรู้สึกของบุพการีและครอบครัวไข

3.เรียกร้องให้ศาลคืนสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องหาคดีการเมืองทุกคน

ผู้ต้องหาตามมาตรา 112 มิใช่ผู้ต้องหาในคดีการเมือง เพราะกลุ่ม 3 นิ้ว รวมถึงกลุ่มบุคคลและพรรคการเมืองที่เป็นแนวร่วมกล่าวเสมอว่าไม่ได้ต้องการล้มล้างการปกครองสถาบันพระมหากษัตริย์มีเพียงการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ซึ่งเป็นการกระทำที่มุ่งต่อตัวบุคคลที่มีสถานะเป็นกษัตริย์เท่านั้น เป็นคนและบริบทกับการล้มล้างระบอบการปกครอง จึงไม่เข้าข่ายการเป็นคดีการเมือง ยกตัวอย่างง่ายๆ หากผมเห็นต่างกับคุณในเรื่องระบอบการปกครอง ผมเลยด่าว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ไม่สั่งสอนลูกให้ดีกว่านี้ แบบนี้จะเป็นคดีหมิ่นประมาททั่วไป ไม่ใช่คดีการเมือง

4.ขอให้ผู้มีอำนาจหยุดการใช้กฎหมาย ปิดปากคุกคามคนเห็นต่าง

ออกตัวก่อนว่าไม่ชอบรัฐบาลนี้เช่นกัน แต่ยังไม่เห็นว่ามีใครทั้งในส่วนของสถาบันและรัฐบาลไปห้ามปรามการแสดงออกของกลุ่ม 3 นิ้ว ตรงกันข้ามมีแต่กลุ่ม 3 นิ้วที่ดิ้นรนจะฝ่าฝืนกฎหมายที่บัญญัติไว้ชัดเจนอยู่แล้ว และพอถูกดำเนินคดีก็กลับบอกว่าไม่เป็นธรรม ทั้งที่ตัวเองจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย แถมพอใครไปว่ากล่าวตักเตือน ก็กลับถูกกลุ่ม 3 นิ้วคุกคามพาทัวร์มาลง จนหน้าที่การงานย่อยยับไปหลายราย

5.ขอให้รัฐบาลชุดต่อไป ตระหนักถึงความจำเป็นในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อให้คนที่มีจุดยืนแตกต่างทางการเมืองสามารถอยู่ร่วมกันได้

ทุกคนในสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะประชาชน ข้าราชการ นักการเมือง หรือนักเคลื่อนไหว ต่างมีโจทย์สำคัญข้อเดียวที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในความแตกต่างได้ ซึ่งก็คือการรู้จักรับฟัง รู้จักให้เกียรติผู้อื่น และรู้จักใจเขาใจเรา ไม่ใช่การออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะต่อให้นิรโทษกรรมทั้งหมดแล้วเริ่มกันใหม่ โดยที่ยังไม่รู้จักรับฟัง ให้เกียรติ ไม่รู้จักใจเขาใจเรา แต่ด่าทอตามใจปากกันต่อไป สังคมก็ไม่มีวันอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

6.ยืนหยัดต่อสู้ร่วมกันในวันนี้ เพื่อที่วันข้างหน้า คนรุ่นต่อไป ลูกหลานของเราจะได้มีชีวิตอยู่ในสังคมที่ทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายอย่างแท้จริง

ความเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายนั้นทำง่ายมาก คือทุกคนต้องรู้จักเคารพกฎหมาย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ใช่ทำผิดกฎหมายแล้วอดข้าวประท้วง หรือก่อม็อบประท้วงเพื่อให้พ้นผิด หากเราปลูกฝังค่านิยมแบบผิดๆให้กับเยาวชนในวันนี้ วันหน้าลูกหลานของเราจะอยู่ในสังคมที่เละเทะแค่ไหน
.
ผมเขียนโดยเอาอคติออกไปจากใจให้มากที่สุด และพยายามใช้เหตุผลเท่าที่พอจะมี ลองพิจารณาดูนะครับ
.

ThePoint #ข่าวการเมือง #ธันวาไกรฤกษ์ #สร้างอนาคตไทย #ทีมสมคิด #ธนาธร #ตะวัน #แบม #ผู้ต้องหา112